What is TPM | TPM Consulting | Training & Seminar | Training Materials | Articles | TPM Related | TPM Product | Contact us | Links | Home
 
ปัจจัยสู่ความสำเร็จของ TPM

ความจริงจังของผู้บริหารสูงสุดเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของการดำเนินกิจกรรม TPM ไม่ว่าจะเป็นความจริงจังในเชิงนโยบาย ความจริงจังในเชิงการกระทำ และความจริงจังในเชิงการสนับสนุน

นอกจากความจริงจังของผู้บริหารแล้ว ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะทำให้กิจกรรม TPM ประสบความสำเร็จ คือ การประกวดกิจกรรมกลุ่มบำรุงรักษาด้วยตนเอง ทั้งนี้เพื่อเป็นการชักจูงใจในการทำกิจกรรมไปด้วยในตัว โดยอาศัยสัญชาตญาณแห่งการเอาชนะของมนุษย์ โดยมีการให้รางวัลในรูปแบบต่างๆ เป็นการตอบแทน

การวัดผลและผลกระทบจากกิจกรรม TPM เป็นปัจจัยที่จะทำให้ทราบสถานการณ์ในการดำเนินกิจกรรม TPM เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนว่า การดำเนินกิจกรรม TPM ประสบความสำเร็จหรือไม่ อย่างไร เพื่อหาทางวางแผนปรับปรุงแก้ไขต่อไป โดยการวัดผลและผลกระทบต้องมีการแบ่งออกเป็นการวัดผลความสำเร็จในการปฏิบัติ และการวัดผลลัพธ์ของการดำเนินกิจกรรมที่ส่งผลต่อสมรรถนะขององค์การ


ความจริงจังของผู้บริหารสูงสุด (Top-Management Commitment)

ผู้บริหารสูงสุดต้องให้ความสำคัญกับกิจกรรม TPM ในเชิงนโยบายของบริษัท โดยมีการประกาศนโยบายและประกาศแต่งตั้งคณะทำงาน โดยมิได้ให้ความสำคัญกับกิจกรรม TPM เพียงแค่ประหนึ่งเป็นโครงการหรือกิจกรรมในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งตามกระแสนิยมเท่านั้น

นอกจากให้ความสำคัญในเชิงนโยบายแล้ว ผู้บริหารสูงสุดจะต้องลงมือปฏิบัติให้เห็นในเชิงการกระทำอย่างจริงจัง เช่น เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ให้เวลาในการเดินตรวจเยี่ยมในสายการผลิต เพื่อสอบถามความคืบหน้าหรืออุปสรรคในการดำเนินกิจกรรม เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับบุคลากรในองค์การ

การสนับสนุนด้านต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่ผู้บริหารสูงสุดต้องมีความจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนทางด้านโอกาสในการเรียนรู้ การสนับสนุนทรัพยากรต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนทางด้านงบประมาณ



กิจกรรม TPM ที่ผู้บริหารเพียงอยากทำและอยากเชยชมความสำเร็จเท่านั้น แต่ไม่ได้มีความจริงจังในการดำเนินการ ทั้งทางนโยบาย ทางปฏิบัติ และทางการสนับสนุน คงจะเป็น กิจกรรม TPM ที่ประสบความสำเร็จได้ยาก หรือเกือบจะพูดได้ว่าเป็นกิจกรรม TPM ที่ไม่มีทางสำเร็จได้อย่างแท้จริง


กิจกรรมกลุ่มย่อยของกิจกรรม TPM (TPM Small-Group Activity)

ลักษณะที่สำคัญอย่างหนึ่งของกิจกรรม TPM คือ การทำกิจกรรมของพนักงานทุกฝ่ายในองค์การในลักษณะของกิจกรรมกลุ่มย่อยที่มีการเลื่อมล้ำกันในบทบาทและหน้าที่ของผู้นำกลุ่ม (Overlapping) ทั้งนี้ เพื่อให้การสื่อสารสองทางระหว่างระดับบริหารกับระดับปฏิบัติการ (Top-down and Bottom-up) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมกลุ่มย่อยในกิจกรรม TPM แบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยระดับบริษัท กลุ่มย่อยระดับ โรงงาน กลุ่มย่อยระดับฝ่าย กลุ่มย่อยระดับแผนก และกลุ่มย่อยระดับปฏิบัติการ โดยกลุ่มย่อยแต่ละระดับมีหน้าที่แตกต่างกัน

กลุ่มย่อยในระดับปฏิบัติการ ก็คือ กลุ่มของผู้ใช้เครื่องจักรที่ทำกิจกรรมการบำรุงรักษาด้วยตนเอง ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยที่สำคัญที่สุดที่ต้องมีการชักจูงใจให้ปฏิบัติกิจกรรม TPM อย่างต่อเนื่อง และมีการพัฒนายิ่งๆ ขึ้นไป การจัดประกวดกิจกรรมกลุ่มบำรุงรักษาด้วยตนเองเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้เกิดแรงจูงใจได้



กิจกรรมกลุ่มย่อยทำให้เกิดการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่นโยบายลงไปจนถึงผู้ปฏิบัติ และจากผู้ปฏิบัติขึ้นมากำหนดเป็นนโยบาย อีกทั้งเป็นการชักจูงใจพนักงานได้อีกวิธีหนึ่งด้วย เมื่อนำมาผนวกเข้ากับสัญชาตญาณการเอาชนะของมนุษย์


การวัดผลและผลกระทบจากกิจกรรม TPM

การวัดความสำเร็จในการปฏิบัติ จะแบ่งออกเป็นความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ของกลุ่มย่อยระดับโรงงาน
  • ระดับฝ่าย
  • ระดับแผนก
  • และระดับกลุ่ม AM
การวัดสมรรถนะขององค์การ ก็คือ การวัดความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ของกลุ่มย่อยระดับบริษัทนั่นเอง เพราะถือว่าเป็นผู้ดูแลในภาพรวมทั้งหมดขององค์การ



สิ่งเดียวที่จะบอกเราได้ว่า กิจกรรม TPM เป็นอย่างไร ถูกทางหรือไม่ ได้ผลมากน้อยเพียงใด คือ การวัดผลเป็นระยะๆ ทั้งนี้ เพื่อให้ทราบความคืบหน้า เพื่อการหยุดทบทวน หรือเพื่อการปรับแผนการดำเนินการต่อไป



Reference

ธานี อ่วมอ้อ. การบำรุงรักษาด้วยตนเอง. กรุงเทพฯ: สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ, 2547.
ธานี อ่วมอ้อ. การบำรุงรักษาทวีผลแบบทุกคนมีส่วนร่วม. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ, 2546.
Developing Program: Implementing Total Productive Maintenance. Tokyo: Japan Insyitute, 1996.